รีวิว ‘You & Me Forever’ (2012) วัยรุ่น มิตรภาพ และเพื่อนสาว

วัยรุ่นเลือดร้อน ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างดีเยี่ยม และเป็นภาพยนตร์ที่เล่นได้ดี อีกทั้งเป็นภาพยนตร์ที่มีภาพที่สดใสและเซ็กซี่ เหมาะสำหรับการเอามาคั่นช่วงเวลาที่น่าเบื่อในระหว่างเรียนอยู่ได้ การเสนอของ Kaspar Munk จากเดนมาร์ค You & Me Forever (2012) ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่รู้จักกันเป็นอย่างมาก นั่นคือ มิตรภาพที่บริสุทธิ์ และเมื่อเกิดการแทรกซึมจากบุคคลที่สาม ทำให้ความรุ่นแรงในเรื่องความกังวลและความยึดติดได้เกิดขึ้น ต้องขอบคุณที่การแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยสุนทรียภาพ เป็นการยกระดับตัวละครให้อยู่เหนือข้อผิดพลาดในการถูกเรียกว่าการเลียนแบบ

You & Me Forever (2012) Review

You & Me Forever เป็นเรื่องราวมิตรภาพระหว่างวัยรุ่นชาวเดนมาร์ก ลอร่า (Julie Anderson) และคริสติน (Emilie Kruse) ซึ่งได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีเด็กใหม่เข้ามา มาเรีย (Frederikke Dahl Hansen) เริ่มแย่งความสนใจและความใส่ใจของลอร่าไป จนทำให้ทุกอย่างแทบจะไม่เหมือนเดิม ในภาพยนตร์เรื่องนี้ คริสตินทำให้มองเห็นอีกด้านหนึ่งของการเล่าเรื่อง การเกิดผลกระทบที่เธอมีช่วงเวลาที่รู้สึกถึงความกดดันและภาวะการดิ้นรน (เธอได้รับพล็อตอย่างยิบย่อบที่ดูแล้วไม่มีจุดสิ้นสุด ตั้งแต่เริ่มแรกของการแสดง) ในขณะเดียวกัน การกระทำที่เกิดขึ้น กับลอร่าและมาเรีย ผู้ซึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ทำให้เกิดความกังวลใจ สิ่งที่ปรากฎขึ้นเต็มไปด้วยรูปแบบของความปรารถนาของวัยรุ่นในเรื่องขอเสรีภาพ ถึงแม้ว่านั่นจะเป้นสิ่งที่ดี เมื่อได้ทำการท้าทายแบบสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ก็ต้องอยู่ในรูปแบบความใกล้ชิดที่เข้ารูปเข้ารอยมากกว่าการไม่เข้าใจกัน

You & Me Forever ความโรแมนติกที่ย้อนกลับไปในยุค 70

น่าเสียดายที่ภาพยนตร์ของ Munk จะแสดงออกถึงความทุกข์ระทมจากการเล่นเรื่องละครวัยรุ่นอย่าง Sugar Rush และ Hollyoaks โดยไม่ได้ตั้งใจ และในบางครั้ง ความรู้สึกของการมองผ่านตำราเรียน และการมองกางเกงยีนส์ที่เปียกเป็นวงเล็กๆ ทำให้เหมือนกำลังย้อนกลับไปในยุค 70 กับมุมมองที่โรแมนติกของไนต์คลับในนิวยอร์ก และเหมือนกับศิลปะบนท้องถนนที่เหมือนมีอะไรที่สะดุดและไม่อาจจะลบล้างได้ ด้วยผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย การแสดงของตัวละครหลักอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Julie Anderson ในขณะที่ Mink ต้องการให้ตัวละครหลักกลายเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งกันภายในโรงเรียน จากกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นที่เลือกใช้ความกล้าได้กล้าเสียได้อย่างน่าประทับใจ

Anderson และ Dahl Hansen กับการแสดงที่ส่องประกาย ความเห็นอกเห็นใจ ที่รับส่งไปด้วยความเชื่อมั่น ภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวถึงสิ่งที่สวยงาม แม้ว่าจะจะเป็นมาตรฐานที่เหมาะสมกับช่วงเวลา ในหลายๆ เรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของ เรื่องแย่ๆ ของผู้หญิง ผลที่ตามมาคือกลุ่มเป้าหมายของภาพยนตร์ เลสเบี้ยน เรื่องนี้ ที่แยกแยะความชัดเจนไม่ออก นั่นก็สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมสำหรับวุฒิภาวะที่เติบโต ดังนั้นการดูภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับเด็ก ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองประกอบด้วย